ก่อนจะถึงค่ำคืนแห่งนัดชิง UCL (เวอร์ชั่นสาวกสิงห์บลู)
posted on 21 May 2008 16:45 by fm2007
ย่ำรุ่งวันแรงงาน ค.ศ.2008
“ปรี๊ด------------------------ ด”
ภายหลังสิ้นเสียงนกหวีด ณ สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ สกอร์บอร์ดบ่งบอกผลการโม่แข้งระหว่างเชลซีกับลิเวอร์พูลหยุดนิ่งที่ 3 - 2 ซึ่งทั้งสองทีมใช้เวลาพะบู๊นานกว่า 120 นาที
นั่นเป็นก้าวที่สำคัญ การเดินทางเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศครั้งแรกของสิงห์บลู ในถ้วยใบหย่ายระดับสโมสรของยุโรป ณ สนามลุชนิกิสเตเดี้ยม กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย โดยมีปิศาจแดง แมนฯยูฯ คู่แข่งขับเคี่ยวในลีก ซึ่งเพิ่งกระชากแชมป์พรีเมียร์ลีกมาหมาดๆ ยืนหน้าแป้นแล้นรออยู่แล้ว
ในวันนั้นความปิติของนักเตะและแฟนบอลนับหมื่นทางฝั่งมุมน้ำเงินคราม เป็นผลตอบแทนที่พวกเขาพยายามมานานนับแต่ปี 2004 ซึ่งเข้าสู่รอบรองถ้วยนี้หนแรก และตกรอบด้วยน้ำมือของโมนาโก (เยือน 1-3: เหย้า 2-2) ในปี 2005 ถูกลิเวอร์พูล คู่แข่งร่วมลีก ถีบตกรอบเดียวกัน (เหย้า 0-0: เยือน 0-1 ด้วยประตูที่ผมไม่อยากพูดถึง) ก่อนทีมเดียวกันนี้กลับสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์แบบหน้าตาเฉยซะง้าน ทั้งๆที่เตรียมฌาปนกิจ ตั้งแต่ถูกนำ 3-0 ในครึ่งแรกของนัดชิงไปแล้ว
ปี 2006 ถูกบาร์ซ่าบุกมาทุบดิ้นคาบ้าน 1 - 2 ก่อนมีปัญญาทำได้แค่บุกไปเสมอแบบฉิวเฉียด 1 - 1 ที่คัมป์นู จอดแบบไม่ต้องแจวแค่รอบ 16 ทีมเท่านั้น ปีถัดมาก็ยังถูกลิเวอร์พูลตามมาหลอกหลอน จัดการสอยร่วงก่อนจะย่างเท้าเข้าสู่นัดชิงอีกตามเคย (เหย้า 1 - 0 : เยือน 0 - 1 แล้วแพ้เพราะดวลเป้าไม่แม่นเอาซ้าเลย)
ในที่สุดสิงโตน้ำเงินครามสามารถลบฝันร้ายที่มีต่อลิเวอร์พูลในถ้วยนี้ทั้งสองครั้ง (เกือบติดต่อกัน) ในรอบเดียวกัน ทีมสิงโตลอนดอนทำผลงานค่อนข้างเหนือความคาดหมายอย่างมาก นับแต่อัปเปหิโชเซ่ มูรินโญ่ ช่วงต้นฤดูกาล เขาเป็นกุนซือผู้เสกแชมป์ลีกสองสมัย ใน 2 ฤดูกาลแรกที่เข้ารับงาน คาร์ลิ่งคัพสองสมัย และทิ้งทวนด้วยเอฟเอคัพ โทรฟี่เก่าแก่สุดของโลกเป็นใบรับประกันคุณภาพว่าเป็น “มิสเตอร์แชมป์เปี้ยน” คนหนึ่งของโลกลูกหนัง
อัฟราม แกรนท์ กุนซีอชาวยิว ผู้มีมาดดั่งอาวเอี้ยงฮง : จอมยุทธพญาคางคก ขึ้นมาขี่หลังสิงห์น้ำเงินตัวนี้ ที่เต็มไปด้วยปัญหารุมเร้ามากมาย ทั้งคลื่นใต้น้ำจากกลุ่มนักเตะตัวเก๋า และการไม่ยอมรับจากแฟนบอล แต่ผลงานการเข้าชิงถ้วยคาร์ลิ่งคัพปีที่สองติดต่อกันกับสเปอร์ส ลุ้นแชมป์ลีกกับแมนฯยูฯจนหยาดหยดสุดท้าย แม้ผมทำได้เพียงแค่หวังว่าจะมีผลการแข่งขันที่พลิกล็อคสักนิด โดยเฉพาะในนัดสุดท้าย แต่ก็ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ว่าน่าจะหมดลุ้นตั้งแต่ตามหลังอาร์เซน่อล(ช่วงที่เป็นจ่าฝูง)ไกลสุดกู่ (ราวๆ 10 กว่าแต้มนี่แหละถ้าจำไม่ผิดอ่ะนะ) ไปแล้ว
ผมรู้สึกประหลาดใจที่แกรนท์สามารถนำทีมหักด่านสำคัญอย่างลิเวอร์พูลได้อย่างเยี่ยมยอดทั้งผลการแข่งขัน รูปเกม และความมุ่งมั่นของผู้เล่น ซึ่งเดอะสเปเชี่ยลวันยังไม่สามารถทำได้ตลอดที่กุมบังเหียน (แม้จะมีโชคเข้าข้างในการจับสลากประกบคู่รอบที่ผ่านมาก็เถอะ)
พวกเขาจะก้าวไปชูบิ๊กเอียร์บนโพเดียมกลางสนามลุชนิกิได้หรือไม่??? ทีมคู่แข่ง (หน้าเดิม) อย่างปิศาจแดงจะเป็นผู้ให้คำตอบส่วนหนึ่ง และคำตอบอีกส่วนหนึ่งอยู่ที่ความพร้อมประกาศศักดาเหนือผืนแผ่นดินยุโรปของพวกเขาว่ามีแค่ไหน???
ผมตั้งตาเฝ้ารอพิสูจน์ (ทางจอแก้ว) ด้วยใจระทึกพลัน!!!
ราชสีห์น้ำเงินคราม
--------------------